พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งใหม่ของภูมิภาคคันไซ กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ แล้ว
KYOTO Aquarium มีกำหนดการเปิดอย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 14 มีนาคม 2012 นี้แล้ว หลังจากเริ่มการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2010 จัดเต็มมาด้วยคอนเซปที่นักท่องเที่ยวจะได้ทั้งเรียนรู้ และได้ทั้งเล่นในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะเหล่านักเรียน นักศึกษา และน้องหนูตัวเล็กตัวน้อย

KYOTO Aquarium (เกียวโต อควาเรี่ยม)
京都水族館
กำหนดเปิด..14 มีนาคม 2012




KYOTO Aquarium ถูกสร้างขึ้นในบริเวณสวน Umekoji Park 「梅小路公園」 ทางตะวันออกของสถานีเกียวโต อันที่จริงสวนอุเมะโคจิแห่งนี้ก็เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมอยู่แล้ว เพราะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง จะเตะฟุตบอลหรือเล่นเบสบอลก็ยังได้ ธรรมชาติร่มรื่น แล้วยังมี Steam Locomotive Museum พิพิธภัณฑ์รถจักรไอน้ำกลางแจ้งที่น่าสนใจอีกด้วย ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์รถไฟ ราคาเพียง 200 เยนเท่านั้น! 
(โครงการ KYOTO Aquarium นี้ทำให้เกิดข้อพิพาทพอสมควรทีเดียว เนื่องจากชาวเมืองเกียวโตก็รักที่จะคงธรรมชาติอันร่มรื่น และความเป็นเมืองเก่าของเกียวโตเอาไว้) 



ทางเหนือของสวน Umekoji เป็นที่ตั้งของ KYOTO Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ไม่ได้ตั้งอยู่ริมทะเลแห่งแรกของญี่ปุ่น (สร้างโดยบริษัท ORIX Real Estate ส่วนหนึ่งของ ORIX Corporation) สามารถเดินจากสถานีรถไฟเกียวโต ไปเพียง 15 – 20 นาทีเท่านั้น และวางแผนว่าจะเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. ค่าเข้าชม (ผู้ใหญ่) ท่านละ 2,000 เยน จะเปิดเร็วๆ นี้แล้ว ใส่เข้าไปในแผนการท่องเที่ยวกันได้แล้วนะจ้ะ

สุดยอดออนเซนริมแม่น้ำ 
Takaragawa Onsen: จังหวัดกุนมะ



‘Takaragawa’ แปลว่าแม่น้ำแห่งทรัพย์ ริมฝั่งน้ำจะมีสถานที่อาบน้ำแร่ไล่ระดับ ลดหลั่นกันลงมาตามความยาวของแม่น้ำนับร้อยเมตร ส่วนใหญ่จะเป็นแบบแช่รวมกันทั้งชาย-หญิง มีแห่งเดียวที่ลงแช่ได้เฉพาะสุภาพสตรีเท่านั้น น้ำแร่ของที่นี่มีความเป็นด่าง ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้า ผ่อนคลายประสาทที่ตึงเครียด และเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาด้านระบบย่อยอาหาร


สุดยอดออนเซนกลางใจเมือง 
Oedo Onsen Monogatari: จังหวัดโตเกียว



ที่เกาะโอไดบะในอ่าวโตเกียว เป็นที่ตั้งของออนเซนขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในคอนเซปแบบสมัยเอโดะ มีบ่อสำหรับแช่น้ำแร่ออนเซนหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบในร่มและแบบกลางแจ้ง แล้วยังมีบริการนวดและสปาอีกด้วย นอกจากนี้ผู้มาใช้บริการยังสามารถใช้บริการห้องพักผ่อน ร้านค้า และร้านอาหารภายในโอเอโดะ ออนเซน โมโนกาตาริได้ด้วย


สุดยอดออนเซนบนเกาะ 
Jinata Onsen: เกาะชิคิเนะ (Shikine-jima), จังหวัดโตเกียว


 
ออนเซนที่ตั้งอยู่บริเวณรอยแยกของหน้าผาหิน บนเกาะเล็กๆ ที่ชื่อว่า ‘Shikine-jima’ ซึ่งสามารถนั่งเรือเฟอรี่จากกรุงโตเกียวไปได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แอ่งน้ำแร่สำหรับแช่ออนเซนนั้นโอบล้อมด้วยโขดหินใหญ่น้อยริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค และแม้น้ำทะเลจะขึ้นก็ยังสามารถแช่ออนเซนได้ (ออนเซนริมทะเลหลายแห่งของญี่ปุ่นพอน้ำขึ้น ก็อดลงไปแช่..) 


สุดยอดเมืองออนเซน 
Kinosaki: จังหวัดเฮียวโงะ 



คิโนซากิ เป็นเมืองออนเซนเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลญี่ปุ่น (Sea of Japan) มีที่สำหรับแช่ออนเซนสาธารณะอยู่ถึง 7 แห่ง และยังมีออนเซนในเรียวกังอีกเพียบ โดยไม่ใช่เรื่องแปลกเลยถ้าจะเห็นผู้คนเดินไปมาด้วยชุดยูกาตะ เข้า-ออกออนเซนสาธารณะภายในเมือง แถมทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่นี่ก็สวยเอามากๆ ถ้ามาคิโนซากิช่วงฤดูหนาวก็จะมีเมนูพิเศษเป็น “ปูยักษ์” ให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย


สุดยอดออนเซนกลางแจ้ง (Rotemburo)
Sawada-koen Rotemburo Onsen: เกาะโดงะ (Dogashima), จังหวัดชิซุโอกะ



สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการชมทัศนียภาพขณะแช่ออนเซนสบายๆ..ที่ญี่ปุ่นเขาใส่ใจในเรื่องนี้ค่อนข้างมากทีเดียว และสุดยอดออนเซนที่ถูกเลือกมานั้นตั้งอยู่ที่เกาะ Dogashima บนเชิงผาสูงมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิคได้ชัดเจน และถ้าอยากซึมซับความสวยงามแบบสุดๆ ก็ต้องมาแช่ออนเซนกันตอนพระอาทิตย์ตกดิน จึงจะได้บรรยากาศที่เลอเลิศมากๆ 


สุดยอดออนเซนที่เข้าถึงได้ยาก (Hidden Onsen)
Lamp no Yado: จังหวัดอิชิคาว่า 



แลมป์ โนะ ยาโดะ เป็นออนเซนที่ตั้งอยู่บนชะง่อนผาบริเวณแหลมโนโตะ จากถนนสายชนบท สู่เส้นทางที่แคบลง และต้องเดินเท้าบนทางคดเคี้ยวเข้าสู่ออนเซนแห่งนี้ ถือเป็นสถานที่ที่หลบเร้นจากสายตาผู้คน แต่ชาวญี่ปุ่นก็ค้นพบสถานที่ลี้ลับแห่งนี้มานานนับศตวรรษแล้ว เนื่องจากคุณสมบัติชั้นเยี่ยมของน้ำแร่ซึ่งเชื่อว่าสามารถช่วยบำบัด รักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ แม้การเข้าพักที่นี่เพียงคืนเดียวก็ถือว่าราคาค่อนข้างสูง แต่ปกติแขกมักจะเข้าพักกันยาวเป็นสัปดาห์ เพราะเห็นถึงความคุ้มค่ากับการได้แช่ออนเซนชั้นเยี่ยม พักในห้องแบบญี่ปุ่นดีๆ บนเชิงผา มีที่อาบน้ำแร่กลางแจ้งส่วนตัว และได้ชมวิวทะเลญี่ปุ่น (Sea of Japan) อย่างสงบ  


สุดยอดออนเซนสไตล์ Semi-tropical
Urami-ga-taki Onsen: เกาะฮะจิโจ (Hachijo-jima), จังหวัดโตเกียว



สุดยอดออนเซนซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีบ่อแช่น้ำแร่ออนเซนกลางแจ้งอยู่ถัดจากน้ำตกเพียงไม่กี่เมตร แวดล้อมด้วยป่าเขียวชอุ่ม บรรยากาศช่วงบ่ายแก่ๆ กับน้ำอุ่นๆ และแสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องผ่านร่มไม้ลงมา เป็นประสบการณ์ที่น่าพิศมัยเป็นอย่างยิ่ง ที่นี่เป็นบ่อน้ำแร่รวมชาย-หญิง ต้องใส่ชุดว่ายน้ำลงนะ แต่ขอบอกดังๆ ว่า แช่..ฟรี!!!


สุดยอดเมืองออนเซนริมทะเล  
Shirahama: จังหวัดวาคายามะ 



เมืองชิราฮามะผสมผสานความลงตัวระหว่างแหล่งแช่ออนเซนแบบธรรมชาติกับความงดงามของมหาสมุทรไว้ได้อย่างลงตัว เมืองนี้เป็นเมืองชายทะเลทางใต้ของภูมิภาคคันไซ มีสถานที่แช่ออนเซนริมชายหาดแบบฟรีๆ อีกด้วย


สุดยอดออนเซนอบทราย  
Takegawara Onsen: เมืองเบปปุ (Beppu), จังหวัดโออิตะ 



ใครที่ชอบสไตล์ ‘Back to Basic’ ขอแนะนำทาเคะงาวาระ ออนเซน ซึ่งเปิดมาตั้งแต่สมัยเมจิ มีบ่อแช่ออนเซนแยกชาย-หญิง แต่ต้องบอกว่าออนเซนที่นี่..ร้อนมากกกก และไฮไลท์ของที่นี่ก็คือการอบทรายร้อน โดยใส่เพียงชุดยูกาตะ และฝังตัวอยู่ใต้ทรายร้อนนาน 10 – 15 นาที และจะรู้สึกสบายยิ่งขึ้น ถ้าตามด้วยการแช่น้ำแร่ออนเซน 


สุดยอดออนเซนบนภูเขา  
Takama-ga-hara Onsen (Northern Japan Alps) 



เมื่อไปสัมผัสบรรยากาศความงดงามของ Japan Alps นักท่องเที่ยวทั้งหลายต้องใช้แรงกายแรงใจพอสมควรในการท่องเที่ยวในแถบนี้ หากต้องการจะผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง ชาวญี่ปุ่นทั้งหลายต่างคิดถึงการแช่น้ำแร่ออนเซนกันทั้งนั้น ที่ ทาคามะงาฮาระมีออนเซนกลางแจ้งรอต้อนรับนักเดินทางกันอยู่แล้ว...เพียงไปให้ถึง 


ที่มา : 
http://www.lonelyplanet.com/japan/travel-tips-and-articles/68219
http://horizons.free.fr/seikatsu/eng/events/2007-01-20_jp-izu.htm 
http://www.lampnoyado.co.jp/en/e-privatebath.html 
http://www.nanki-shirahama.com/eng/onsen.htm 
http://www.asahi-net.or.jp/~ds2m-kns/onsen/uramigataki.html 
http://www.geocities.co.jp/Outdoors-Mountain/3939/taka/takamagahara.html 
http://gnatthebrat.blogspot.com/2011/06/greatest-thing-ever.html 
วันนี้ขอแนะนำห้างใหม่ในย่านอากิฮาบาระ (Akihabara) เอาใจผู้คลั่งไคล้ตัวการ์ตูนญี่ปุ่น (manga 漫画) อนิเมะ (anime アニメ) วีดีโอเกมญี่ปุ่น หรือเหล่า “โอทะคุ” (Otaku おたく) กันหน่อย 



Akiba Culture Zone เป็นห้างสรรพสินค้าขนาด 6 ชั้น เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ และเปิดบริการเป็นที่เรียบร้อยแล้วในย่านช้อปปิ้งชื่อดัง “อากิฮาบาระ” ซึ่งสามารถเดินจากสถานี JR Akihabara ได้ เพียงประมาณ 4 นาทีเท่านั้น ที่นี่จำหน่ายแต่ของที่เหล่าโอตาคุเห็นแล้วจะต้องตาโตทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเหล่าโมเดลตัวคาแรคเตอร์ต่างๆ เกม หนังสือการ์ตูน สินค้าของเหล่าไอดอล เสื้อผ้าที่ทำมาจากธีมของการ์ตูน หรือเกม เป็นต้น 



มาดูไฮไลท์กันหน่อย..

ชั้นล่างเขาทำเป็น Food Court ชื่อว่า “One Fes Café” 

ชั้น 1-2 มีร้าน “K-Books” ครอบครองไว้ขายหนังสือการ์ตูน หนังสือ แมกาซีน และเกมต่างๆ 

ชั้น 3 มีร้าน “Astop” มาเอาใจคนรักเสื้อยืดและสินค้าสัญลักษณ์ของ Pop Idol ทั้งหลาย 

ชั้น 4 “Akiba Asobi Kan: Jam Gakuen” จัดมาสำหรับคนรักของเล่น และตัวฟิกเกอร์ต่างๆ แล้วยังมีชุดเมดของสาวๆ จำหน่ายด้วย 

ชั้น 5 มีร้านคาราโอเกะ (Karaoke) ที่จำหน่ายของที่ระลึกด้วย คือร้าน “Good Smile and Karaoke no Tetsujin Café” 

และชั้นที่ 6 มีร้านกาแฟ (maid café) “Akihabara Backstage Pass” บริการโดยสาวๆ ในชุดคอสเพลย์ (cosplay)

ที่แน่ๆ ที่ Akiba Culture Zone มีคอนเซปเอาใจคนที่คลั่งไคล้การ์ตูนญี่ปุ่น อนิเมะ หรือวีดีเกมญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ดังนั้นเหล่า Otaku ชาวไทยทั้งหลายคงจะไม่พลาดห้างนี้กันแน่ๆ ^^ 

ที่มา: 
http://akibacultureszone.com/index.php
http://www.japantoday.com 
 
ประกาศผลไปเรียบร้อยแล้วกับโครงการ Visit Japan Photo Contest 2011! มีแต่ภาพสวยๆทั้งนั้นเลย 
 
สามารถเข้าไปดูชื่อผู้ชนะการประกวดและรายชื่อผู้โชคดีที่
 
Oricon Ranking ได้รวบรวมสถิติ Manga series ประจำปี 2011 ขึ้นมา โดยดูจากสถิติจำนวนยอดขายทั้งหมดเริ่มนับตั้งแต่ 22/11/2010 – 20/11/2011  ดูเหมือนว่าท็อปเท็นจะมีตีพิมพ์ทั้งหมดในเมืองไทยด้วยนะ มาดูว่ามีซีรี่ย์มังงะในดวงใจของเพื่อนๆ ติดชาร์ตสิบอันดับแรกประจำปีกันบ้างหรือเปล่า



อันดับที่ 10 GANTZ
  ผลงานของ Hiroya Oku สำนักพิมพ์ Shueisha ยอดขายทั้งปี 4,056,981 เล่ม  




อันดับที่  9 Kimi ni Todoke ( ฝากใจไปถึงเธอ )  
ผลงานของ Karuho Shiina สำนักพิมพ์ Shueisha ยอดขายทั้งปี 4,109,481 เล่ม  




อันดับที่ 8 BLEACH  ( เทพมรณะ )  
ผลงานของ Tite Kubo สำนักพิมพ์ Shueisha ยอดขายทั้งปี 4,187,258 เล่ม  




อันดับที่ 7 BAKUMAN  ( วัยซนคนการ์ตูน )
ผลงานของ Tsugumi Ohba & Takeshi Obata สำนักพิมพ์ Shueisha ยอดขายทั้งปี 4,399,938 เล่ม  




อันดับที่ 6 Gintama (  จิตวิญญาณสีเงิน )
ผลงานของ Hideaki Sorachi สำนักพิมพ์ Shueisha ยอดขายทั้งปี 4,415,491 เล่ม




อันดับที่ 5 Toriko  ( สมาคมนักล่าอาหาร )
ผลงานของ Mitsutoshi Shimabukuro สำนักพิมพ์ Shueisha ยอดขายทั้งปี 4,665,634 เล่ม  




อันดับที่ 4 FAIRY TAIL  ( ศึกจอมเวทอภินิหาร )
ผลงานของ Mashima Hiro สำนักพิมพ์ Shueisha ยอดขายทั้งปี 4,701,596 เล่ม  



อันดับที่ 3 Ao no Exorcist ( เอ็กซ์โซซิสสีคราม )
ผลงานของ Kato Kazue สำนักพิมพ์ Shueisha ยอดขายทั้งปี 5,223,712 เล่ม  




อันดับที่ 2 NARUTO  ( นารุโตะ นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ )
ผลงานของ Masashi Kishimoto สำนักพิมพ์ Shueisha ยอดขายทั้งปี 6,874,840 เล่ม  




อันดับที่ 1 ONE PIECE  ( วันพีซ )  
ผลงานของ  Eiichiro Oda สำนักพิมพ์ Shueisha ยอดขายทั้งปี 37,996,373 เล่ม  
 หลังจากที่ทางโตโยต้า ได้ทำโฆษณา ชุด โดราเอม่อน"ช่วง30ปีต่อมา" ตอนนี้ก็มาถึงโฆษณาตัว4แล้ว แถมโฆษณาตัวล่าสุดนี้ยังนำตัวละครอีกตัวในเรื่องมาอีกด้วย เป็นใครกันหนอไปดูกันเลย
 
 


 
 
 
 
 
รถมันแจ่มมากเลยค่า~
 
 
ไปด้วยคนดิค่ะ Cool
 
 
ท่าทางแบบนี้นี่มัน!?
 
 
ไจโกะนี่เอง
 
 
 
เจอเข้าไปแบบนี้ถึงกับอึ้งกิมกี่ซีซั่นไชน์สิเจ้าโนบิตะ ฮ่าๆFoot in mouth
 
ตัวละครไจโกะ น้องสาวของไจแอนท์ ในโฆษณาตัวล่าสุดนี้รับบทโดย "อัตสึโกะ มาเอดะ"จากวงAKB48นั่นเอง
 

โนบิตะเอ๊ย!! แกพลาดซะแล้วละ ฮ่าๆ

 
อันดับ 10 Porco Rosso 

            เรื่องนี้คว้าตำแหน่งภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดในปี 1992 พร้อมกับสตูดิโอจิบลิแห่งใหม่ ที่ทั้งกว้างขวางและทันสมัยกว่าเดิม 

เป็นเรื่องราวของนักบินที่เป็นหมู ตัดสินใจลาออกการทำงานในกองทัพมาเป็นนักล่าค่าหัว เพราะเสียจุดยืนของตัวเองไปหลังจากที่เจอกับเหตุการณ์เฉียดตายหลังจากนั้นก็ถูกไล่ล่าจากกองทัพอีกที เครื่องบินของเค้าเกิดความเสียหายจึงต้องยกเครื่องซ่อมใหม่ทำให้ได้พบกับสาวช่างเครื่อง เรื่องราวก็เปลี่ยนไปทำให้เค้าได้แก้มือแบบตัวต่อตัว โดยไม่มีใครมาขัดขวาง พระเอกเรื่องนี้ถึงจะเป็นหมูแต่ก็เท่ห์มากเลย     
อันดับ 9 Lupin III The Castle of Cagliostro 

            ผลงานกำกับของ  Hayao Miyazaki ก่อนที่จะก่อตั้ง Studio Ghibli ออกฉายในเดือนธันวาคม 1979 

เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับจอมโจรลูแปง และผองเพื่อนของเขา ที่พยายามที่จะเข้าไปช่วยเจ้าหญิง ผู้กุมความลับของขุมทรัพย์อันมหาศาล   
อันดับ 8 Howl’s Moving Castle 

            เรื่องนี้ถูกดัดแปลงจากเนื้อหาในหนังสือนิยายสำหรับเด็กแนวแฟนตาซี ของไดอาน่า ไวนน์ โจนส์ เรื่องราวของยุคเวทย์มนต์ แนวแฟนตาซี มีเครื่องจักรไอน้ำ และสงคราม

โซฟี สาวที่คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่น่าสนใจและไม่ฉลาดเท่าน้องสาวทั้งสองของเธอเธอได้รับให้สืบทอดกิจการร้านขายหมวกของครอบครัว ต่อมาได้ถูกสาปให้เป็นยายแก่ และได้ออกจากบ้านเดินทางไปยังภูเขา โซฟีได้ไปพบกับปราสาทเคลื่อนที่ของพ่อมดฮาวล์  โซฟีในร่างยายแก่ก็ได้เข้าไปเป็นแม่บ้านในปราสาทแห่งนี้ และได้เรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วพ่อมดฮาวล์เป็นคนดี พ่อมดฮาวล์ได้สู้กับแม่มดใจร้ายและชนะในที่สุด โซฟีก็กลับมาเป็นสาวดังเดิมและได้แต่งงานกับพ่อมดฮาวล์อีกด้วย
อันดับ 7 Princess Mononoke 

           
ภาพยนตร์อนิเมะที่ถูกบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์เรื่องแรกที่ลงทุนสูงที่สุด และมีรายได้กลับคืนมา
สูงที่สุด ใช้ทุนสร้าง 2.35 พันล้านเยน และทำรายรับได้มากกว่า 18.65 พันล้านเยน  เรื่องนี้กวาดรางวัลจนนับไม่ถ้วนเลยล่ะ

เรื่องราวของ เจ้าชายอาชิทากะ มีแผลต้องคำสาปที่มือขวา หลังจากต่อสู้กับอสูรร้ายหมูป่าที่เกลียดมนุษย์ที่บุกรุกทำลายป่าและสัตว์ทั้งหลาย และบาดแผลสามารถลุกลามไปจนทั่วร่างกายในไม่ช้าจนถึงความตาย เจ้าชายจำเป็นต้องเดินทางไปยังป่าชิชิเพื่อแก้คำสาปเจ้าชายได้พบกับเจ้าหญิงโมโมโนเกะที่เป็นมนุษย์ แต่เธอเป็นลูกสาวของหมาป่า และเธอก็เกลียดมนุษย์ที่ทำลายป่าและสัตว์อย่างมาก เจ้าชายจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อหาทางแก้คำสาป และทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้

อันดับ 6 Nausicaa of the Valley of the Wind

       
เรื่องนี้มีฉบับดั้งเดิมเป็นหนังสือการ์ตูนมาก่อน และได้เป็นภาพยนตร์อนิเมะในภายหลังเป็นผลงานอันยอดเยี่ยมของ ฮายาโอะ มิยาซากิ  สร้างก่อนจะก่อตั้งสตูดิโอจิบลิ

นาอุสิกะ เป็นเรื่องราวของเจ้าหญิงเมืองริมทะเลที่มีลมเป็นที่กำบัง  เธอค้นคว้าหาสาเหตุเพื่อช่วยเหลือและรักษาระบบนิเวศของโลก ที่มีแต่มลภาวะที่เป็นพิษ ที่เกิดจากอาวุธสงครามที่มนุษย์เป็นผู้ใช้ และได้ทำลายสิ่งแวดล้อมต่างๆ ไปมากมาย หลังจากเกิดสงครามครั้งใหญ่ เพื่อให้มนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้อยู่ร่วมกันโดยไม่เกิดปัญหาการทำลายล้างต่อไป เรื่องนี้ยอดเยี่ยมมากจนกลายเป็นตำนานไปแล้ว
 
 

อันดับ 5 Whisper of the Heart 

            เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของสตูดิโอ Ghibli ที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในงานสร้างฉากและเป็นเรื่องแรกในญี่ปุ่นที่ใช้ระบบ Dolby Digital แน่นอนว่าประสบความสำเร็จอีกเช่นเดียวกัน

เป็นเรื่องของเด็กสาวที่เติบโตขึ้นมาในเมืองเล็กๆ ที่สวยงามและครอบครัวที่อบอุ่นเธอรักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจและได้ยืมหนังสือจากหอสมุดแต่ก็ได้เจอรายชื่อของเด็กชายที่ยืมก่อนเธอเสมอ ทำให้เธอจินตนาการถึงเด็กชายของเธอไปต่างๆ นานา เธอได้พบกับเจ้าเหมียวอ้วนท่าทางเมินเฉย ที่นำทางไปพบกับเด็กชายคนนั้น เรื่องราวของความฝันของเด็กทั้งสองที่ต้องการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ด้วยความชอบของตัวเอง แม้หนทางจะเลือนราง แต่อย่างน้อยครอบครัวของพวกเขาก็ไม่ขัดขวางและได้เห็นถึงความตั้งใจจริง ของเด็กๆ ทั้งสองคนก็ได้รับโอกาสในการเดินตามความฝันเหล่านั้น
 
อันดับ 4 Spirited Away 

            ภาพยนตร์อนิเมะที่ใช้ทุนสร้าง 1.9 พันล้านเยน ทำรายได้มากกว่า สามหมื่นล้านเยน นอกจากนั้นยังถูกซื้อไปฉายอีกหลายประเทศทั่วโลก สามารถคว้ารางวัลสำคัญๆ จากเวทีประกวดภาพยนตร์ต่างๆ ทั่วโลก รวมไปถึง รางวัลออสการ์ ในปี 2002

เรื่องของ จิฮิโระ วัย 10 ขวบ ครอบครัวของเธอกำลังย้ายโรงเรียน ย้ายบ้าน ต่อจากนั้นจิฮิโระได้หลงเข้าไปในโลกของบรรดาเทพ และเข้าไปอยู่ที่โรงอาบน้ำของแม่มดใจร้าย โดยที่พ่อแม่ของจิฮิโระต้องคำสาปให้กลายเป็นหมู เธอได้พบกับฮาคุเทพมังกรที่คอยช่วยเหลือและบรรดาเพื่อนพ้องที่คอยช่วยเหลือให้เธอต่อสู้เพื่อที่คลายคำสาปให้กับพ่อแม่ และฮาคุ และหาทางกลับมาสู่โลกปัจจุบันที่เธออยู่ เรื่องนี้ภาพสวยและสนุกมาก
 
อันดับ 3 Kiki’s Delivery Service 

            เรื่องนี้ทำรายได้ให้กับสตูดิโอจิบลิอย่างงดงาม ได้ดัดแปลงมาจาก หนังสือสำหรับเด็กเรื่อง ”Majo no Takkyuubin” มีการดำเนินเรื่องที่น่าสนใจโดดเด่นน่าติดตาม

Kiki แม่มดน้อยที่มีอายุครบสิบสามปีต้องเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่ไม่มีแม่มดอยู่เพื่อหาประสบการณ์ โดยมีเจ้าเหมียวดำ จิจี้  เป็นคู่หูคอยช่วยเหลือ สาวน้อยได้อาศัยอยู่ที่ร้านขนมปังในเมือง และมีหน้าที่ช่วยเหลืองานในร้าน การใช้ชีวิตของแม่มดน้อยต้องเผชิญกับความไม่เข้าใจหลายอย่าง ทั้งอุปสรรคในการฝึกฝนที่ยากลำบาก และยังต้องปรับตัวให้เข้ากับเมืองนี้อีกเธอต้องพยายามอย่างมากเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป
อันดับ 2 Laputa : Castle in the Sky

            ผลงานชิ้นแรกของการก่อตั้งสตูดิโอจิบลิ ทำรายได้ห้าร้อยกว่าล้านเยนจากการขายตั๋วภายในระยะเวลารวดเร็ว เรื่องนี้การันตีถึงความสนุกสนานและอารมณ์หลายรูปแบบ

ลาพิวต้า เป็นเรื่องราวของการผจญภัยของเด็กทั้งสองคน ซิต้ากับปาซู เพื่อค้นหาเมืองลอยฟ้า ที่เต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ก็ยังมีอุปสรรคที่ต้องต่อสู้กับเหล่าครอบครัวโจรสลัด และกองทัพทหารที่ต้องการพลังอำนาจและสมบัติด้วยเหมือนกัน
อันดับ 1 My Neighbor Totoro

            ภาพยนตร์อนิเมะเรื่องนี้ ได้รับคำชมอย่างล้นหลามและเป็นที่รักไปทั่วญี่ปุ่นเลยทีเดียว โดยเฉพาะเจ้าป่า Totoro กับ เจ้าเหมียว Nekobasu น่ารักอย่างมากมายTotoro หมายถึง ตัว Troll ในภาษาญี่ปุ่น

Totoro เป็นเรื่องราวของ ซัทสุกิ และ เม สองพี่น้องที่ต้องย้ายไปอยู่ชนบทเพราะคุณแม่ป่วยและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จากนั้นเมก็เริ่มเห็นบางอย่างที่ล่องหนได้จึงวิ่งตามไปเจอกับเจ้าป่าขนปุยตัวใหญ่ยักษ์ที่แสนใจดี คอยเป็นกำลังใจและช่วยเหลือสองพี่น้อง เมื่อเมคิดถึงคุณแม่มากจนออกเดินทางไปหาคุณแม่ที่โรงพยาบาลทำให้ตามหากันวุ่นวายไปหมดแต่ก็มี เจ้า Totoro กับ Nekobasu มาช่วยไว้พอดี เรื่องนี้สนุกมากเลยทีเดียว
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://ranking.goo.ne.jp/
เรียบเรียงโดย : The 11th Ronin  www.marumura.com

ถ้านึกถึงประเทศญี่ปุ่น เราจะคิดถึงอะไรบ้างล่ะ? ปลาดิบที่สดใหม่ ดอกซากุระบานสะพรั่ง หรือสาวญี่ปุ่นสุดน่ารัก แต่ที่ต้องยกให้เป็นพระเอกของงานนี้คือ “ภูเขาไฟฟูจิ” (富士山) ที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณจังหวัดชิซึโอะกะ และจังหวัดยะมะนาชิ พระเอกคนนี้ สวยและสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีความสูงถึง 3,776 เมตรเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นพรีเซ็นเตอร์เรียกนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นได้อย่างไม่ขาดสาย... แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า สถานที่แห่งหนึ่งในบริเวณนี้ มันก็เป็นจุดหมายปลายทางของคนที่ไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้วเช่นกัน สถานที่ที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้ ก็คือ Aokigahara 青木ヶ原 ( あおきがはら) :อะโอกิกะฮะระ ป่าแห่งความตาย.. 



ป่าอะโอกิกะฮะระ มีพื้นที่กว้างกว่า 3,000 เอเคอร์ ปกคลุมไปด้วยไม้จำพวกไม้แข้ง ต้นสน และไม้โอ๊คที่มีขนาดใหญ่และสูงเสียดฟ้า บรรยากาศอึมครึมชวนวังเวง ไม่สามารถมองเห็นระยะทางข้างหน้าได้มากกว่า 200 – 300 เมตร ไม่ว่าจะมอง 360 องศา หรือมองไปทางไหนๆ ก็มีลักษณะคล้ายกันหมด พูดง่ายๆ มันก็คือป่าดึกดำบรรพ์นี่ล่ะค่ะ และเนื่องจากเป็นป่าที่อยู่บริเวณตีนภูเขาไฟฟูจิ จึงต้องรับลาวาจำนวนมหาศาลเวลาที่ภูเขาไฟระเบิดออกมา ทำให้พื้นที่ป่าส่วนใหญ่เป็นหินภูเขาไฟ ผืนป่าเป็นหินขรุขระ ทำให้ยากต่อการเดินทาง หรือขุดเจาะด้วยอุปกรณ์จำพวกเสียม พลั่ว และสิ่งที่หลอนนักท่องเที่ยวที่มาป่าแห่งนี้มากก็คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำพวก GPS สัญญาณโทรศัพท์มือถือ หรือแม้กระทั่งเข็มทิศก็ไม่สามารถใช้งานในป่านี้ได้ เพราะอิทธิพลของลาวาภูเขาไฟทำให้แร่ธาตุในดิน มีปฎิกิริยาอะไรบ้างอย่าง ทำให้สิ่งเหล่านี้ผิดเพี้ยนไป ลองหลับตาแล้วนึกดูว่า ถ้าเราเกิดหลงเข้าไปในป่านี้ คุณจะเอาตัวรอดออกมาได้อย่างไร แค่คิดน้ำตาก็จะไหลแล้วล่ะค่ะ



ด้วยเหตุนี้..ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่คนนิยมมาฆ่าตัวตายเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสะพานโกลเด้นเกตในซานฟรานซิสโก จนทำให้รัฐบาลท้องถิ่นถึงกับปฎิเสธการรายงานจำนวนผู้เสียชิวิตออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเลขของผู้ที่จะมาฆ่าตัวตายสูงไปมากกว่านี้อีก

ในปี 1960 นักเขียนชื่อ ไซโซ มัตสึโมโตะ ได้เขียนนวนิยายเรื่อง “ทะเลดำ” (波の塔) ที่มีเรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่ง ซึ่งมาจบชีวิตลงด้วยกันที่ป่าอะโอกิกะฮะระ ทำให้ป่าแห่งนี้ยิ่งเป็นที่สนใจในกลุ่มคนที่ประสงค์จะปลิดชีวิตตัวเองทิ้ง



ปัจจุบัน “ป่าอะโอกิกะฮะระ” เป็นสถานที่ท่องเที่ยว สำหรับตั้งแคมป์ เดินป่า และกีฬากลางแจ้ง ภายในป่าแห่งนี้จะมีป้ายติดเพื่อเตือนใจนักท่องเที่ยวที่มาเพื่อท่องเที่ยวจริงๆ หรือแอบแฝงตัวมาเพื่อกระทำการอย่างอื่น โดยมีข้อความบอกไว้ว่า “ใครที่ต้องการจะมาพักผ่อนไปตลอดกาล กรุณาคิดทบทวนใหม่อีกครั้งหนึ่ง ชีวิตของท่านเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ให้มา อย่าเก็บความทุกข์ไว้เพียงคนเดียว กรุณาปรึกษากับคนอื่นก่อน’’

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก :
http://www.environmentalgraffiti.com/news-aokigahara-forest-death?image=3
http://ja.wikipedia.org/wiki/%E9%9D%92%E6%9C%A8%E3%83%B6%E5%8E%9F
http://www.qkshare.org/thread226024.html?language=th

*ตัวอย่าง 3/24 หมายถึงเดือน 3 วันที่ 24 หรือวันที่ 24 มี.ค.

สอบถามกันมาเยอะ จะไปดูซากุระที่ญี่ปุ่น..
เมื่อไหร่ซากุระจะบาน เมืองไหนจะบานก่อน จะไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงนั้น ช่วงนี้..มีเมืองไหนที่ซากุระบานพอดีบ้าง

พยากรณ์ซากุระประจำปี 2012 (Sakura Forecast 2012) ออกมาให้สามารถตรวจสอบกันก่อนวางแผนไปเที่ยวฤดูใบไม้ผลิที่ญี่ปุ่นปีนี้แล้ว

เอาพยากรณ์ซากุระตามเมืองใหญ่ๆ มาฝาก..
ฟุกุโอกะ (Fukuoka) พยากรณ์ว่าซากุระจะเริ่มบาน 24 มีนาคม
โตเกียว (Tokyo) พยากรณ์ว่าซากุระจะเริ่มบาน 25 มีนาคม
นาโงย่า (Nagoya) พยากรณ์ว่าซากุระจะเริ่มบาน 27 มีนาคม
โอซาก้า (Osaka) พยากรณ์ว่าซากุระจะเริ่มบาน 28 มีนาคม

และใช่ว่าไปเที่ยวตรงกับวันที่เขาเริ่มบานจะดีนะ กว่าจะบานสะพรั่งทั้งสวน/ทั้งเมือง ก็ต้องใช้เวลากันสักหน่อย ประมาณ 1 อาทิตย์หลังจากเริ่มบาน..ตอนนั้นแหล่ะ งามสุดๆ 



ที่มา: http://sakura.weathermap.jp/ 
ขอแนะนำเทศกาลชมซากุระ ให้คนไทยได้รู้จักมากขึ้นกว่าเดิม ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่ญี่ปุ่นสามารถชมซากุระได้ทุกภูมิภาค แต่แต่ละแห่งจะมีช่วงเวลาชมได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ ดอกซากุระเป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิของชาวญี่ปุ่น การเฉลิมฉลองหลังจากสิ้นสุดฤดูหนาว นั่นก็คือเทศกาลชมดอกซากุระ 
ช่วงที่ดอกซากุระบาน ชาวญี่ปุ่นจะรวมตัวกันทานอาหารและเหล้าสาเก ในช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของการเปิดเทอมและรับพนักงานใหม่เข้าทำงาน จึงมีงานเลี้ยงต้อนรับทั้งที่โรงเรียนและที่สถานที่ทำงาน บางที่ก็มีกิจกรรมบนเวที
วิธีการชมดอกซากุระอย่างที่คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นเคยกัน ก็คือการไปชมซากุระในเวลากลางคืนที่มีการประดับไฟ ดอกซากุระที่ต้องแสงไฟในตอนกลางคืนก็สวยงามไปอีกแบบ ดอกซากุระมักจะบานในช่วงปลายเดือนมีนาคม จนถึงต้นเดือนเมษายน ผู้ที่สนใจ ลองวางแผนไปเที่ยวในช่วงนี้กันดีไหม 

Ueno Koen (Ueno Park) 
จังหวัด:Tokyo 

 

จุดเด่น:เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเรื่องการชมดอกซากุระของโตเกียว มีซากุระเป็นพันต้นให้ชม 
วิธีไป:ลงที่สถานี JR Ueno อยู่ตรงหน้าสถานี
เว็บไซต์: 
ภาษาญี่ปุ่น 
http://hanami.walkerplus.com/detail/S1302.html 
ภาษาอังกฤษ 
www.jnto.go.jp/eng/location/regional/tokyo/ueno.html 

Chidorigafuchi
จังหวัด:Tokyo 

 

จุดเด่น:เมื่อปลายสมัยเมจิ Sir Ernest Mason Satow ซึ่งเป็นทูตอังกฤษ ได้ปลูกต้นซากุระไว้รอบบริเวณสถานทูต ทุกวันนี้สถานที่นี้ก็ยังเป็นสถานที่ชมซากุระที่ได้รับความนิยมอยู่เหมือนที่ผ่านมา 
วิธีไป:นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Tozai สาย Hanzomon สาย Shinjuku ลงที่สถานี Kudanshita หรือ สาย Hanzomon ลงที่สถานี Hanzomon
เว็บไซต์: 
(ภาษาญี่ปุ่น) 
www.date-navi.com/hanami05_tidorigafuti.html 
(ภาษาอังกฤษ) 
http://japanqna.wordpress.com/2008/04/04/sakura-shots-chidorigafuchi/ 

Maruyama Koen (Maruyama Park)
จังหวัด:Kyoto 

 

จุดเด่น:เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งในจังหวัดเกียวโต ต้นชิดาเระซากุระตอนกลางคืนดูสวยและลึกลับ เป็นที่นิยมจนมีคนมาเที่ยวเป็นจำนวนมากจนต้องเข้าแถวเพื่อชมและถ่ายรูป 
วิธีไป:ลงที่ป้ายรถเมล์ Gion 
เว็บไซต์: 
(ภาษาญี่ปุ่น) 
http://allabout.co.jp/gm/gc/76708/ 
(ภาษาอังกฤษ) 
www.japanvisitor.com/index.php?cID=364&pID=385 

Kodaiji (Kodaiji Temple)
จังหวัด:Kyoto 

 

จุดเด่น:ที่นี่ตั้งหัวข้อในการจัดแสดงซากุระทุกปี จัดแสงสีอย่างสวยงามให้กับต้นซากุระและป่าไม้ไผ่  
วิธีไป:ลงที่ป้ายรถเมล์ Higashiyama yasui
เว็บไซต์: 
(ภาษาญี่ปุ่น) 
http://www.kodaiji.com/index.html 
(ภาษาอังกฤษ) 
http://www.kodaiji.com/e_index.html 

Kenrokuen (Kenrokuen Garden)
จังหวัด:Ishikawa

 

จุดเด่น:เป็นหนึ่งในสามสวนญี่ปุ่นที่สวยที่สุด และเป็นสถานที่อนุรักษ์พิเศษ สวน Kenrokuen ที่อยู่ใจกลางเมืองคะนะซะวะ เป็นที่ที่มีชื่อเสียงเรื่องการชมหิมะที่สวนแห่งนี้ ส่วนในฤดูใบไม้ผลิก็มีซากุระให้ชมถึง 420 ต้น โดยปรกติสวนจะปิดเวลา 17.00 น. หากเป็นช่วงที่ซากุระบานจะเปิดในเวลากลางคืนด้วย และเปิดให้ชมฟรี 
วิธีไป:จากสถานี JR Kanazawa นั่งรถเมล์ลงที่สวน Kenrokuen 
เว็บไซต์: 
(ภาษาญี่ปุ่น) 
www.pref.ishikawa.jp/siro-niwa/kenrokuen/ 
(ภาษาอังกฤษ) 
www.pref.ishikawa.jp/siro-niwa/kenrokuen/e/index.html 
 
Matsuejo Koen (Matsue Castle Park )
จังหวัด:Shimane 

 

จุดเด่น:ในสวนสาธารณะ Matsuejo Koen มีต้นซากุระหลากหลายพันธุ์จำนวน 300 ต้น และมีกิจกรรมบนเวที และนอกจากดอกซากุระแล้วยังมีดอกทสุบะกิที่สวยงามอีกด้วย วันเสาร์แรกของเดือนเมษายนในทุกปีจะมี Mushagyoretsuเป็นขบวนที่แสดงการแต่งตัวแบบซามูไรสมัยโบราณ 
วิธีไป:นั่งรถไฟสาย JR San-in ลงที่สถานี Matsue จากนั้นขั้นรถเมล์ Lake Line Bus 10 นาที ลงที่ป้าย Matsue-jo Otemae 
เว็บไซต์: 
(ภาษาญี่ปุ่น) 
www.matsue-tourism.or.jp/m_castle/ 
(ภาษาอังกฤษ) 
www.city.matsue.shimane.jp/kankou/jp/e/castle.htm 

Kumamoto-jo (Kumamoto Castle)

จังหวัด:Kumamoto

  

จุดเด่น:ไดเมียว ผู้มีอำนาจท้องถิ่นในสมัยก่อน ชื่อ Kiyomasa Kato ใช้เวลาสร้างปราสาทคุมะโมะโตะ ตั้งแต่ปี 1601 รวมระยะเวลาในการสร้าง 7 ปี มีซากุระมากว่า 800 ต้น ในรอบบริเวณเดียวกัน มีพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ สวนต้นไม้ และศูนย์สินค้าหัตถกรรม 
วิธีไป:จากสถานี JR Kumamoto ใช้เวลา 12 นาที ลงที่ป้ายรถเมล์ Kumamoto-jo เดิน  10 นาที
เว็บไซต์: 
(ภาษาญี่ปุ่น) 
www.rurubu.com/season/spring/sakura/detail.aspx?SozaiNo=430001 
(ภาษาอังกฤษ) 
www.manyou-kumamoto.jp/contents.cfm?id=251 

your code here

your code here

your code here